Posted : 28 Jun 2020

อันนี้เป็นความคิดเร็ว ๆ แบบยังไม่ได้กลั่นกรองอะไรมากนัก และตั้งอยู่บนสมมติฐานว่า สถานการณ์โรคระบาดจะถูกควบคุมได้ และไม่เลวร้ายถึงระดับขีดสุดนะครับ คือเราเห็นว่า เงินดอลล่าร์แข็งค่าหนัก จากการที่คนแห่เข้าไปถือพันธบัตรสหรัฐ รวมถึงการดึงเงินสดกลับของสถาบันการเงินสหรัฐเพื่อเตรียมความพร้อมรับแรงกระแทก ผลที่ตามมาคือ ดอลล่าร์แข็งค่าพรวด ทั้ง ๆ ที่สหรัฐจัดเต็มทั้งนโยบายการเงินและการคลัง อัดฉีดเต็มที่ ทั้ง QE ไม่อั้น เงินมหาศาลที่พยายามจะอัดฉีดให้ถึงรากหญ้าและ SME ให้ได้ภาพนี้เกิดตามมาทั้งโลก คือ การอัดฉีดเงินเพื่อยื้อชีวิตให้กับประชาชน ที่ตกงาน ธุรกิจหยุดชะงัก ฯลฯ

คำถามสำคัญคือ ถ้าเป็นแบบนั้น หลังจากนี้ เงินจะฝืดหรือจะเฟ้อ ?

ถ้าการอัดฉีดได้ผล เงินส่งตรงถึงรากหญ้าจริง เงินจะเริ่มหมุน Velocity of Money จะเพิ่มขึ้น และจะช่วยให้เศรษฐกิจไม่ล่มสลาย แต่ถ้าการอัดฉีดไม่ได้ผล คนยังคงไม่มีเงิน ท้ายที่สุดแล้วเงินไม่หมุน เศรษฐกิจพังเบ็ดเสร็จทั้งโลกแต่ไม่ว่าเงินจะหมุนได้ดีหรือไม่หมุน สิ่งหนึ่งที่อาจจะเกิดขึ้นได้ คือ เงินฝืดอาจจะมาพร้อม ๆ กับเงินเฟ้อ คำถามมีมาตลอดว่า สินทรัพย์แทบทุกชนิดบนโลกตกลงหมด ไม่เว้นแม้กระทั่ง Commodity  ทองคำ น้ำมัน แล้วเงินไปที่ไหน ปัจจุบันเงินส่วนใหญ่เป็นเงินสด ถูกสำรองไว้เพื่อปัญหาวิกฤติสภาพคล่อง และจำนวนมากอยู่ในตลาดพันธบัตรสหรัฐ

แต่หลังจากนี้ล่ะ เมื่อภาพของสถานการณ์เริ่มชัดแล้ว เงินจะไหลไปที่ไหนนะ ?

  1. ผมคิดว่าอัตราดอกเบี้ยแต่ละประเทศลดลงไปอีกไม่ได้มากนัก อาจจะกล้า ๆ ลดดอกเบี้ยลงไประดับติดลบได้บ้าง แต่ Room ค่อนข้างจำกัด ดังนั้นผมเชื่อว่าหลังจากนี้ในระยะ 3-6 เดือน เงินน่าจะเริ่มไหลเข้าพันธบัตรลดลง
  2. ถ้าวิกฤติสภาพคล่องเริ่มชัดเจน คาดการณ์อนาคตได้บ้าง เงินสดน่าจะไหลกลับสินทรัพย์อื่น ๆ การถือเงินสดอาจจะลดลง (แต่ก็น่าจะยังเยอะมากอยู่)
  3. การอัดฉีดเงินจำนวนมาก ระยะยาวน่าจะ Impact กับค่าเงิน เมื่อการเข้าซื้อพันธบัตรลดลง การถือเงินดอลล่าร์ลดลง ดอลล่าร์น่าจะไม่แข็งไปมากกว่านี้
  4. ทองคำ/Bitcoin ก็มีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นแหล่งพักเงินแหล่งหนึ่ง
  5. ตลาดหุ้น อันนี้ปัจจัยพื้นฐานน่าจะแย่ลงมาก จากวิกฤติเศรษฐกิจ ดังนั้น ตลาดหุ้นไม่น่าจะเป็นตลาดกระทิงได้ แม้หุ้นจะขึ้น ก็น่าจะเป็นการขึ้นอย่างเปราะบาง ถ้าเราเข้าสู่ Recession จริง ๆ
  6. แต่ผมคิดว่า สินทรัพย์หนึ่งที่อาจจะกลับมาเป็นที่สนใจของนักลงทุนอีกครั้ง สินทรัพย์ที่ฝืดเคืองและวิ่งเป็นขาลงมาตลอด 10 ปี นั่นคือ ตลาด Commodity ครับ

ทั้ง ๆ ที่ตามทฤษฏีแล้ว ช่วง Recession น่าจะเงินฝืด และ Commodity น่าจะตกลง แต่รอบนี้ผมคิดว่าเกมมันแตกต่างไปจากเดิม จากการพยายามฝืนอัดฉีดของภาครัฐที่สร้างหนี้แบบไม่อั้น เงินตรงนี้ (น่าจะ) ส่งตรงถึงประชาชน (ย้ำว่า แนวคิดนี้อาจจะเป็นจริง ก็ต่อเมื่อเงินถูกอัดฉีดตรงจุด ถึงมือประชาชนและพวกเค้ามีชีวิตต่อได้ไม่อดตายนะครับ) การบริโภค โดยเฉพาะสิ่งจำเป็นต่อชีวิตอย่างสินค้าโภคภัณฑ์ ไม่น่าจะเลวร้าย (อันนี้ความเชื่อส่วนตัว สุดท้ายจะจริงไหม คงต้องขอดูอนาคตที่จะถึง ถึงจะเห็นคำตอบนะครับ)

ด้วยเหตุผลพื้นฐานที่ผมเชื่อว่า Commodity คือของจริง ที่คนยังต้องบริโภค ไม่ว่าเศรษฐกิจจะแย่ยังไง สินค้าโภคภัณฑ์ โดยเฉพาะ Soft Commodity คือของจำเป็นที่ส่วนใหญ่คนต้องกินต้องใช้ (ต่างจากช่วง QE ตอน Subprime ที่เงินไหลออกจาก Commodity เพราะช่วงนั้นเงิน QE ไหลเข้าตลาดทุนอย่างหนัก เพราะเศรษฐกิจอยู่ในช่วงฟื้นตัว หรือถ้าเทียบกับช่วง The Great Depression ตอน 1929 ที่ราคา Commodity พังเพราะ Oversupply แต่อย่าลืมว่ายุคนั้นยังไม่มี Keynesian อัดฉีดเงินถึงมือรากหญ้าแบบปัจจุบัน)

ผมคิดว่าหลังจากนี้ ในระยะ 6 เดือนถึง 1 ปี เงินอาจจะเริ่มไหลเข้าสู่ตลาด Commodity ราคา Commodity อาจจะเริ่มสูงขึ้น (แม้ดอลล่าร์จะยังแข็งโป๊กก็ตาม)

PS. อันนี้คิดเล่น ๆ เร็ว ๆ โดยที่ยังไม่มีข้อมูลมา Back Up นะครับ ถ้ามีข้อมูลในมือเพิ่มขึ้น ความคิดนี้อาจจะเปลี่ยนไปก็ได้

Niran Pravithana

Author Niran Pravithana

CEO of Market Anyware

More posts by Niran Pravithana