Posted : 19 Nov 2019

ในการดูงบการเงินของกิจการจุดประสงค์หลัก ๆ จะมี 3 ข้อ

  1. กิจการทำมาหากินเก่งหรือไม่ – สามารถดูจากงบกำไรขาดทุนได้
  2. กิจการมีความแข็งแกร่งหรือไม่ – สามารถดูจากงบแสดงฐานะการเงิน หรือ เดิมชื่อว่า งบดุล
  3. ต้องเห็นภาพจริงของกิจการ – ต้องใช้งบกระแสเงินสด เข้ามาช่วย

จากข้อ 1 และ ข้อ 2 นั่น จะเป็นเรื่องของทางบัญชี หมายถึง จะมีทั้งที่เกิดขึ้นจริง ๆ และยังไม่เกิดขึ้นจริงรวม ๆ กัน แต่เวลาเราเลือกลงทุนกิจการ เราต้องการเลือกกิจการที่เก่งจริง ซึ่งเก่งจริงในที่นี้หมายถึง การทำมาหากินจากธุรกิจหลักยังเจริญเติบโตอยู่ ซึ่งค่อยข้างหายากหน่อยในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้

ดังนั้นเราถึงต้องดูงบกระแสเงินสดประกอบ ซึ่งถ้าจะดูให้ลึกลงไปอีกหน่อยก็คือ ดูกระแสเงินสดจากการทำธุรกิจว่ายังดีอยู่หรือไม่

ในอดีตเคยมีบางบริษัท (ขอไม่เอ่ยชื่อหุ้น) มีกำไรแต่ละปี ๆ หลักพันล้านบาท แต่ก็ประสบกับปัญหาในการดำเนินงานทางธุรกิจได้ หากจะไปตรวจสอบดูจะพบว่า ปี ๆ นึง บริษัทนี้มีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานติดลบมาโดยตลอด ถ้าจะพูดง่าย ๆ ก็คือ ยิ่งทำธุรกิจเงินยิ่งหายออกไป แบบนี้อยู่ยากมาก

ดังนั้น หุ้นประเภทที่กระแสเงินสดดี จะมีความได้เปรียบในการทำธุรกิจ มีความมั่นคงและแข็งแกร่งกว่าถ้าเจอหุ้นประเภทนี้และไม่แพงไปจะดีมาก

ถ้าจะพอยกตัวอย่างให้เห็นภาพ…

หลาย ๆ บริษัทที่ขายสินค้าหรือให้บริการแล้วสามารถเก็บเงินได้เลย ลูกหนี้การค้าน้อยมาก ธุรกิจยิ่งขยาย กระแสเงินสดก็จะท่วมบริษัทมากขึ้น แบบนี้จะลดความเสี่ยงด้านหนี้สูญได้อีกด้วย หลัง ๆ ผมสังเกตว่าหุ้นพวกนี้จะมีความแพงที่มากกว่าหุ้นอื่น

ดังนั้นเรามาลองเลือกหุ้นที่กระแสเงินสดดี ๆ ที่ยังมีการเติบโตต่อไปได้ น่าจะเป็นอีกธีมที่เราจะใช้ไปเจาะลึกเพื่อเลือกลงทุนได้ แต่ถ้าราคาไม่แพงด้วยก็จะดีมาก ๆ รายละเอียดเพิ่มเติม ไว้ผมจะเล่าให้ฟังใน สัมมนา  AVA Charity Seminar 2019 พร้อมกับพี่ ๆ ที่เก่ง ๆ อีกหลายท่านเลย แล้วพบกันครับ

สอบถามรายละเอียดได้ที่เฟสบุ๊คเพจ AVA Advisor และสามารถซื้อบัตรร่วมงานได้ที่ ava.fund/charity

เอิญ สุริยะฉาย

Author เอิญ สุริยะฉาย

Mr. LikeStock

More posts by เอิญ สุริยะฉาย