Posted : 13 Jun 2019

นักลงทุนส่วนใหญ่มักดูความถูกแพงของหุ้นจากค่า P/E ซึ่งค่า P/E ก็คือการนำ Market Cap./Net Profit (นำจำนวนหุ้น x ทั้งบนและล่าง) ทั้งนี้การคำนวณค่า P/E มีข้อจำกัดตรงที่สามารถคำนวณได้เฉพาะบริษัทมีกำไรเท่านั้น ทำให้เราไม่สามารถประเมินความถูกแพงของบริษัทที่มีการลงทุนสูงหรือยังทำกำไรไม่ได้

Market Cap./OCF และ Market Cap./FCF จึงเป็นสูตรคำนวณที่สามารถชดเชยข้อจำกัดดังกล่าวด้วยการนำตัวเลข “กระแสเงินสดจากการดำเนินการ (Operating Cash Flow)” หรือ “กระแสเงินสดอิสระ (Free Cash Flow)” มาแทนตัวเลขของกำไรเพราะแม้ว่าบริษัทจะยังไม่สามารถทำกำไรได้ แต่หากธุรกิจหลักมีการดำเนินกิจการที่ดีแล้วส่วนใหญ่ Operating Cash Flow มักจะมีค่าเป็นบวกเสมอ โดยสูตรนี้จะเหมาะสำหรับธุรกิจค้าปลีก การขายของเงินเชื่อ หรือธุรกิจสินเชื่อ ซึ่งก็ต้องดูข้อมูลการคืนหนี้ประกอบด้วย

 

เพื่อดูรายชื่อบริษัทที่มีมูลค่าของตลาดเป็น 5 เท่าของกระเเสเงินสดจากการดำเนินการในสามปีที่ผ่านมา (5 ปีคืนทุนเงินสด) เพื่อดูรายชื่อบริษัทที่มีมูลค่าของตลาดเป็น 5 เท่าของกระเเสเงินสดจากการดำเนินการในสามปีที่ผ่านมา (5 ปีคืนทุนเงินสด)

Market Cap./OCF จึงเป็นการประเมินความถูกแพงของราคาหุ้นโดยเทียบจากกระแสเงินสดแทนการใช้กำไรสุทธิ อีกนัยหนึ่งคือการบอกว่าราคาหุ้นสูงเป็นกี่เท่าของกระแสเงินสด (ต่อหุ้น) ที่บริษัททำได้ในหนึ่งปีสำหรับ Market Cap./FCF ก็มีแนวคิดเช่นเดียวกันกับ Market Cap./OCF เพียงแต่ใช้ตัวเลขกระแสเงินสดอิสระ (Free Cash Flow) แทนกระแสเงินสดจากการดำเนินการ (Operating Cash Flow) ซึ่งนักลงทุนมือใหม่ที่อยากทราบรายละเอียดแบบเจาะลึกโปรดติดตามความแตกต่างระหว่าง Free Cash Flow และ Operating Cash Flow ในบทความฉบับถัดไป

ทั้งนี้นักลงทุนสามารถกำหนดค่าตั้งเตือนและตรวจสอบมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดต่อกระแสเงินสดจากการดำเนินงานเพื่อประเมินว่าราคาหลักทรัพย์ ณ ปัจจุบันแพงกว่ากำไรที่บริษัทได้รับจริงเป็นเงินสดกี่เท่าได้ที่ AVA Advisor ได้เลยค่ะ

 

เพื่อดูรายชื่อบริษัทที่มีมูลค่าของตลาดเป็น 5 เท่าของกระเเสเงินสดอิสระในสามปีที่ผ่านมา (5 ปีคืนทุนเงินสด)เพื่อดูรายชื่อบริษัทที่มีมูลค่าของตลาดเป็น 5 เท่าของกระเเสเงินสดอิสระในสามปีที่ผ่านมา (5 ปีคืนทุนเงินสด)
AVA Advisor

Author AVA Advisor

More posts by AVA Advisor